ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ไล่ตามความไม่แพ้

by Sarah Shortt

cwi
cwi

ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา คุณอาจสังเกตได้ว่าเราโฟกัสในการโปรโมทเลสมิลส์กริท™อย่างมาก นับเป็นโอกาสที่ทุกคนในไทรบ์ของเราที่จะโฟกัสไปที่โปรแกรมเดียวเป็นเวลาหกเดือน และใช้โฟกัสนี้เป็นหนทางในการทำให้โปรแกรมเลสมิลส์เป็นที่รู้จัก และยังได้สนทนากับคลับมากขึ้น ไม่เพียงแค่เรื่องโปรแกรมนั้น แต่เป็นทุกโปรแกรม การสร้างการรับรู้นี้หมายถึงจำนวนคลาสที่เพิ่มขึ้นสำหรับเราทุกคน ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้ว!

เรามีการโฟกัสโปรแกรมแบบนี้สองครั้งต่อปี และในช่วงเวลาหกเดือน คุณจะเห็นภาพเปรียบเทียบ โซเชียลมีเดีย และการสรรหาคนที่โฟกัสไปที่โปรแกรมนั้นๆ ซึ่งในที่นี้ไม่ได้แปลว่า เราจะไม่รู้สึกรักโปรแกรมอื่นๆ ของเราเลย; นี่แค่หมายความว่าเรากำลังพุ่งเป้าความอุตสาหะทั้งหมดของเราไปที่ประโยชน์ของโปรแกรมนี้เพื่อเป็นใบเบิกทางที่จะได้พูดคุยกับคลับที่อาจจะยังไม่ได้ซื้อโปรแกรมเลสมิลส์ หรืออาจจะซื้อโปรแกรมอื่นๆ ของเราแต่ยังไม่ได้เริ่มใช้ เลสมิลส์กริท (เป็นต้น)

แล้วทำไมฉันถึงมาบอกเรื่องนี้แก่พวกคุณ? เพราะโฟกัสโปรแกรมต่อไปที่กำลังจะเริ่มในกลางเดือนกันยายนนั้น จะเน้นไปที่โปรแกรมโปรดของทุกคนที่ผสมผสานศิลปะการต่อสู้เข้าด้วยกัน นั่นคือ บอดี้คอมแบต™!

 

ทำไมถึงเป็นบอดี้คอมแบต?

มีเหตุผลอยู่หลายข้อ!

หากมองจากมุมมองด้านอุตสาหกรรมแล้ว เราได้เห็นแนวโน้มไม่นานมานี้ที่พุ่งไปยังฟิตเนสที่มาจากการต่อสู้ ซึ่งเป็นโอกาสที่เราจะเริ่มบทสนทนาอีกครั้งกับคลับต่างๆ เรื่องบอดี้คอมแบต

หากมองจากมุมมองของโปรแกรม บอดี้คอมแบตก็ได้ผ่านช่วงที่เรียกได้ว่าเป็นการริเริ่มสิ่งใหม่ๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา:

การเปลี่ยนแปลงของเพลง

ถ้าคุณคุ้นเคยกับบอดี้คอมแบต คุณอาจจำได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงกับเพลงครั้งใหญ่ในช่วงรีลีส 70 เป็นต้นมา โดยเปลี่ยนมาใช้เพลงที่เป็นที่รู้จักมากขึ้น เพลงที่มีกลองและเบส และมีเนื้อร้องที่ชัดเจน สิ่งนี้ทำเพื่อให้โปรแกรมนั้นยังสัมพันธ์กับผู้คนและน่าสนใจสำหรับคนรุ่นใหม่

โครีโอกราฟฟีที่ง่ายขึ้น

โครีโอกราฟฟีนั้นตามได้ง่ายขึ้น เพื่อที่คนใหม่ๆ จะเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น หรือผู้สอนเองก็จำได้ง่ายขึ้น! การลดคอมโบของท่าลงนั้นมีอยุ่ในแต่ละแทรค ทำให้ผู้เข้าร่วมมีเวลาในการฝึกท่ามากขึ้น ทำให้พวกเขารู้สึกประสบความสำเร็จ ท่าที่ลงไปบนพื้น (พุชอัพ เบอร์ปี ฯลฯ) นั้นเพิ่มเข้ามาในแทรค 5 – โดยได้รับแรงบันดาลใจจากการฝึกสเตรงธ์และคอนดิชันนิ่งแบบ MMA 

ภาษาในการโค้ชที่ต่างออกไป

เมื่อก่อนการโค้ชชิ่งของเราเคยเน้นไปที่ศิลปะการต่อสู้และการต่อสู้ ทุกวันนี้เราโฟกัสไปที่ประโยชน์ที่ได้จากการออกกำลังกายมากขึ้น ภาษาที่ใช้ก็ลดความก้าวร้าวลงและไม่วางก้ามเหมือนเคย และเราก็ฝึกซ้อมแต่ละท่ายาวนานขึ้น – ทำให้เรามีเวลาในการโค้ชมากขึ้น อย่างที่แดน โคเฮน บอกว่า “ข้อมูลเดี๋ยวนี้จะมาจากท่อน้ำในสวนมากกว่าท่อดับเพลิง!” นั่นก็คือ จะไม่มีการโหลดข้อมูลเรื่องศิลปะการต่อสู้ที่ต่างๆ กันให้คนในคลาสมากเกินไปอีกแล้ว

มีทางเลือกมากขึ้นสำหรับคนออกกำลังกายทุกระดับ

ทางเลือกแบบ low intensity หรือแบบเบานั้นสามารถเห็นได้ชัดมากขึ้นในคอมแบต เมื่อก่อน พรีเซ็นเตอร์อาจจะแค่สาธิตท่าทางเลือกแค่หนึ่งครั้งในมาสเตอร์คลาส แต่ตอนนี้คุณจะเห็นว่ามีพรีเซ็นเตอร์หนึ่งคนที่ทำท่าทางเลือกแบบเบาตลอดทั้งแทรค เพื่อให้เราสามารถนำเสนอได้ถึงคนที่มีระดับฟิตเนสที่หลากหลายมากขึ้น และสำหรับคนที่ชอบออกกำลังกายแบบหนักๆ เลย จากการที่โครีโอกราฟฟีง่ายขึ้น ก็จะทำให้เราไปถึงจุดพีคของความหนักได้ง่ายขึ้น ดังนั้นถ้าคุณอยากได้ความหนัก – จะหนักกว่าเดิม

เสื้อผ้า

เสื้อผ้าของเราตอนนี้เป็นแบบทั่วไปมากขึ้น ก่อนหน้านี้จะเป็นแนวเสื้อผ้าที่ให้ “ลุค” แบบบอดี้คอมแบตไปเลยอย่าง กางเกงมวยขาสั้น ถุงมือและเสื้อผ้าสไตล์ MMA – ชุดเหล่านี้กลายเป็นอุปสรรคของคนที่มาเข้าคลาสใหม่ๆ เพราะทำให้คลาสเหมือนเป็น “คลับพิเศษ” และคนที่เพิ่งเริ่มไม่อยากเข้ามาและยังรู้สึกว่าพวกเขาไม่เหมาะกับคลาสนี้ด้วย วันนี้คุณจะเห็นได้ว่าเรชจะใส่กางเกงเข้ารูปมากกว่ากางเกงมวยขาสั้น – ทำให้บอดี้คอมแบตนั้นดูเป็นการออกกำลังกายที่ใครๆ ก็เข้าร่วมได้มากขึ้น

 

ฉันสอนบอดี้คอมแบตอยู่แล้ว แล้วนี่จะมีผลอะไรกับฉันไหม?

ก็มีโอกาสในการสอนมากขึ้น! เราจะออกไปยังคลับต่างๆ พร้อมด้วยข้อความว่าพวกเขาต้องซื้อลิขสิทธิ์บอดี้คอมแบตให้คลับของเขาเอง นั่นก็หมายถึงเราจะมีคลาสมากขึ้น J

นี่ยังหมายถึงเราจะช่วยคุณโปรโมทคลาสของคุณทางโซเชียลมีเดียด้วยฟิลเตอร์เก๋ๆ และสตอรี่ต่างๆ อีกด้วย เราจะแชร์เนื้อหามากมายเกี่ยวกับบอดี้คอมแบตรวมไปถึงสตอรี่ของผู้สอนและบทสัมภาษณ์กับพรีเซ็นเตอร์คนโปรดของเราด้วย

ยิ่งไปกว่านี้ เรากำลังจะมีโปรแกรมแนะนำเพื่อให้ผู้เข้าคลาสใหม่ได้ทำตามเพื่อช่วยให้พวกเขาคุ้นเคยกับท่าทางและฟิตเนสมากขึ้น เมื่อโปรแกรมนี้พร้อม เราจะแชร์ให้คุณ เพื่อที่คุณจะได้ดึงให้คนมาเข้าคลาสของคุณเพิ่มขึ้นอีกด้วย!

ฉันไม่ได้สอนบอดี้คอมแบต แล้วฉันต้องรู้เรื่องนี้ไปทำไม?

ฉันได้ถามคำถามนี้กับ เทาวากา ซีโอโล และ วิลี ฟิฟีตา ที่อยู่ที่โอ๊คแลนด์ ซึ่งทั้งสองคนนี้คุณอาจจำได้จากมาสเตอร์คลาสโปรแกรม เลสมิลส์ กริท และ บอดี้คอมแบต พวกเขาอธิบายว่าการสอนบอดี้คอมแบต “ทำให้คุณรู้สึกเหมือนไม่มีใครหยุดคุณได้ เป็นการปลดปล่อยทางอารมณ์ไปกับเพลงและออกแรงไปกับการต่อและเตะ” ประโยชน์ทางร่างกายที่ได้นั้นมีมากมาย อย่างคนสอนบอดี้คอมแบตนั้น เรามักพบว่าพวกเขาจะค่อนข้างลีนและฟิตมาก นอกจากนี้ ยังมีองค์ประกอบหนึ่งที่เป็นเลิศของโปรแกรมนี้ – เนื่องจากบอดี้คอมแบตเป็นเหมือนแคตตาล็อกของท่าทางและคอมโบที่เติบโตอยู่ตลอด จึงมีอะไรใหม่ๆ เสมอให้คุณเรียนรู้และเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ

แล้วคุณจะรออะไร? ค้นหาการเทรนนิ่งและเริ่มฝึกท่าอัปเปอร์คัตของคุณเลย เพราะบอดี้คอมแบตกำลังจะมาถึงคลับใกล้ตัวคุณแล้ว!